• Open: 09.00 - 18.00 p.m.

อาการของการติดเชื้อโควิดและเชื้อไข้หวัดใหญ่ และคำแนะนำชุดตรวจโควิดและเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เหมาะสมกับแต่ละสายพันธุ์

30 กันยายน 2568


อาการของการติดเชื้อโควิดและเชื้อไข้หวัดใหญ่


และคำแนะนำชุดตรวจโควิดและเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เหมาะสมกับแต่ละสายพันธุ์

 


1. โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronaviruses) COVID-19
เป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสโคโรนาชนิดหนึ่ง มีอาการตั้งแต่เล็กน้อยคล้ายหวัด ไปจนถึงรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต

โดยทั่วไปแล้วไวรัสโคโรนามักทำให้เกิดโรคหวัดธรรมดาแต่ในปี 2019 ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 ได้เริ่มแพร่เชื้อสู่มนุษย์และทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรง ในช่วงที่การระบาดใหญ่รุนแรงที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก มี ผู้คน หลายหมื่นคนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกวันในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว และมีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน

ความเข้าใจของบุคลากรทางการแพทย์เติบโตขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ ตัวไวรัสเองก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราผ่านพ้นสายพันธุ์ต่างๆ มาแล้ว ทั้งอัลฟา เบต้า แกมมา เดลตา และล่าสุดคือโอไมครอน นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีการรักษาและวัคซีนที่ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล

แต่ COVID ยังไม่ "จบ" มันสามารถทำให้คุณป่วยหนัก มีอาการอยู่ได้นานหลายเดือนหรือหลายปี และอาจถึงแก่ชีวิตได้

อาการของ COVID

ไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ความเหนื่อยล้า ( fatigue ) อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการหนาวสั่น คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ไอ อาการหายใจไม่ออก การสูญเสียหรือการเปลี่ยนแปลงของประสาทรับกลิ่นและรส

ความยากลำบากในการคิดและการโฟกัส ( สมองมึนงง ) อาการทางระบบ ย่อยอาหารเช่นท้องเสียคลื่นไส้อาเจียน บางคนไม่มีอาการแต่ก็ยังสามารถแพร่เชื้อไวรัสได้

ชุดตรวจโควิด ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้

1. ชุดตรวจ ATK (ชุดตรวจโควิด-19) แบบ 2 in 1 ไม้ยาวตรวจโพรงจมูก + บ้วนน้ำลาย แบรนด์ HIP BioTech




2. ชุดตรวจ ATK (ชุดตรวจโควิด-19) แบบ 2 in 1 แบรนด์ FLOWFLEX
แบบไม้สั้น + บ้วนน้ำลายได้ ตรวจด้วยน้ำลายหรือโพรงจมูกได้



3. 
ชุดตรวจโควิด GICA 3 in 1 ( กล่องสีเขียว )
ตรวจทางจมูก, น้ำลาย และกระพุ้งแก้ม
ใช้งานสะดวก ตรวจโอมิครอนได้



4. ชุดตรวจ ATK (ชุดตรวจโควิด-19) แบบ 2in1 AURAMED (กล่องส้ม)
สวอปจมูก + บ้วนน้ำลาย แบรนด์ AURAMED



2. และ 3. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (Influenza A) (ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A) และ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด B (Influenza B) (ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B)

เป็นโรคติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่คนละชนิด โดยสายพันธุ์ A มักรุนแรงกว่า พบได้บ่อยกว่า และอาจก่อให้เกิดโรคระบาดใหญ่ได้ เนื่องจากติดต่อได้ทั้งคนและสัตว์ ในขณะที่สายพันธุ์ B ติดต่อเฉพาะในคน และมักทำให้เกิดการระบาดเฉพาะพื้นที่ อาการทั่วไปของทั้งสองสายพันธุ์คล้ายกัน ได้แก่ ไข้ ไอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ความแตกต่างที่สำคัญ

          แหล่งที่มาและความรุนแรง:

- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A: เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถแพร่ระบาดในคนและสัตว์ (เช่น หมู นก) และเป็นสาเหตุของการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) มีแนวโน้มก่อให้เกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B: แพร่เชื้อเฉพาะในคน และการระบาดมักจำกัดอยู่ในพื้นที่หรือฤดูกาล มักมีอาการรุนแรงน้อยกว่า แต่ก็ยังคงต้องระวังในกลุ่มเสี่ยง

 
การกลายพันธุ์:

- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A: มีการกลายพันธุ์บ่อยกว่า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแอนติเจนได้มากและรวดเร็ว

- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B: มีการกลายพันธุ์ช้ากว่าสายพันธุ์ A

อาการของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Flu B)

ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หนาวสั่น อาจมีไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย (พบในเด็ก)

ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้

1. 
HIP BioTech ชุดตรวจ 4IN1
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid), ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B และ RSV

 
2. FLOWFLEX ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 3in1
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid) และ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B


3. 
GiCA ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 3in1 ( กล่องสีส้ม )
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid) และไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B



4. 
Auramed ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 3in1 ( กล่องสีแดง )
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid) และไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B




4. โรคติดเชื้ออาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) RSV

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและมักระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว RSV เป็นสาเหตุหลักของโรคปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบในเด็กเล็ก ทำให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

หากติดไวรัส RSV จะมีอาการเป็นอย่างไร

เมื่อติดเชื้อ RSV จะมีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดาคือ ไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล โดยลักษณะของไข้จะมีไข้สูงหรือไข้ต่ำๆก็ได้ แต่หากการดำเนินโรครุนแรงมากขึ้นเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างจะมีอาการของภาวะหลอดลมอักเสบ ปอดบวมหรือปอดอักเสบ และทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวได้ อาการที่ต้องสังเกตของ RSV ที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ RSV และมีอาการไอมาก เสมหะมาก หายใจมีเสียงวี๊ดหรือมีเสียงครืดคราด มีอาการหอบเหนื่อยหายใจเร็วอกบุ๋ม ควรรีบมาพบแพทย์


ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ RSV ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้

1. HIP BioTech ชุดตรวจ 4IN1
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid), ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B และ RSV


 
2. 
GICA ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 3in1  ( กล่องสีแดง )
ตรวจหาได้ทั้ง ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B และ RSV

 
3. GICA ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 4in1  ( กล่องสีม่วง )
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid), ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B และ RSV





4. Auramed ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 4in1 ( กล่องสีฟ้า )
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid), ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B และ RSV




5. โรคติดเชื้ออะดีโนไวรัส (Adenovirus) ADENO หรือ ADV

ADENO เป็นคำเต็มของ อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ซึ่งเป็นกลุ่มไวรัส DNA ที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และตาแดงได้หลายระบบ ส่วน ADV เป็น คำย่อของอะดีโนไวรัส (AdV) โดย ADENO และ ADV จึงหมายถึงสิ่งเดียวกัน คือ ไวรัสกลุ่มอะดีโนไวรัส

สรุปความแตกต่าง:

- ADENO (อะดีโน): คือคำเต็มของชื่อกลุ่มไวรัส
- ADV: คือคำย่อของ อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ใช้ในการอ้างอิงถึงไวรัสกลุ่มนี้

ดังนั้น เมื่อเห็นคำว่า ADENO หรือ ADV ก็จะหมายถึง อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่สามารถทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ไข้หวัด คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ท้องเสีย และตาแดง โดยอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและแต่ละชนิดของอะดีโนไวรัส

อาการของไวรัสอะดีโนในเด็ก

ไวรัสอะดีโนสามารถทำให้เกิดอาการหลายรูปแบบในเด็ก ได้แก่ :
อาการตาแดง มีน้ำตาไหล เจ็บตา
อาการหวัด ไอแห้งๆ หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย นอนกรน รวมถึงอาการเช่น ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ทางเดินหายใจ และอาการเหนื่อยล้า
เจ็บคอหรือภาวะอักเสบในลำคอ ทำให้เจ็บคอ มีไข้ และอาจมีปัญหาในการกลืน
บางรายจะมีอาการท้องเสีย อาเจียน และไข้

ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ ADENO หรือ ADV ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้

1. GICA ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 6in1  ( กล่องสีฟ้า )
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid), ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B, RSV,
ADENO ( อะดีโนไวรัส) และ MP





2.
Auramed รุ่น 5in1
ตรวจหาได้ทั้ง ไข้หวัดใหญ่ RSV และไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B, COVID, และ ADV


3. Auramed รุ่น 6in1
ตรวจหาได้ทั้ง ไข้หวัดใหญ่ RSV และไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B, COVID, ADENO ( อะดีโนไวรัส), hMPV





6.
โรคติดเชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส (Human Metapneumovirus) hMPV

เชื้อที่ระบาดช่วงหน้าฝน ทำปอดอักเสบ

เชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส (Human metapneumovirus: hMPV) คือ ไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับ RSV ที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน ซึ่งมักพบการระบาดในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว คือตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ส่วนใหญ่พบในกลุ่มเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ ในผู้ใหญ่และเด็กโต ที่มีภูมิต้านทานดีหากติดเชื้อนี้ อาจจะมีอาการเหมือนแค่เป็นหวัดธรรมดา หรือไม่มีอาการก็ได้ โดยเชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส สามารถติดต่อกันผ่านทาง น้ำมูก น้ำลาย ไอ หรือจาม

อาการของผู้ที่ติดเชื้อไวรัส hMPV

ในเด็กส่วนใหญ่จะมีอาการไอ น้ำมูก มีไข้ 50-80% บางรายมีเจ้บคอ เสียงแหบ ไอก้องได้ และเกิดปอดอักเสบได้

ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ hMPV ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้

1. Auramed รุ่น 6in1
ตรวจหาได้ทั้ง ไข้หวัดใหญ่ RSV และไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B, COVID, ADENO ( อะดีโนไวรัส), hMPV





7. โรคติด
ไรโนไวรัส (Rhinovirus) สายพันธุ์
HRV

สามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่มักจะพบในเด็กๆ บ่อยกว่า เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกับจมูก แต่หากเชื้อลงไปที่หลอดลมและปอด ก็สามารถทำให้เกิดอาการหลอดลมอักเสบ ปอดบวม ซึ่งคล้ายกันกับอาการของโรค RSV คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองจึงควรเฝ้าระวังโรคนี้เป็นพิเศษ

อาการของไรโนไวรัส

อาการเบื้องต้น คัดจมูก มีน้ำมูก ไอ จาม เจ็บคอ คออักเสบ หรืออาจมีหลอดลมอักเสบ แต่หากเกิดลุกลามไปถึงเกิดการอักเสบติดเชื้อในปอด จะมีไข้ ไอหอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวก ซึ่งอาจสร้างอันตรายถึงชีวิตได้หากเด็กๆ ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องได้ทันเวลา

ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ hRV ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้



8. โรค
ติดไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (
Parainfluenza Virus) HPIV

เป็นหนึ่งในกลุ่มไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับไวรัสพาราอินฟลูเอนซา รูปแบบการแพร่กระจาย อาการที่พบ วิธีการวินิจฉัยและการรักษา ตลอดจนแนวทางการป้องกันการติดเชื้อ

ไวรัสพาราอินฟลูเอนซาเป็นไวรัสที่มีลักษณะเป็น RNA และอยู่ในตระกูล Paramyxoviridae ซึ่งมีหลายชนิดที่สามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ เช่น HPIV-1  HPIV-2 HPIV3 และ HPIV4  มักเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคคอหอยอักเสบและการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

อาการและผลกระทบของการติดเชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซา

อาการของการติดเชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซามีความหลากหลาย
ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสและภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อ
อาการทั่วไป : ได้แก่ ไข้หวัด, ไอ, น้ำมูกไหล, เจ็บคอ และบางรายอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว
ในเด็กเล็ก : สามารถทำให้เกิดอาการ ปอดบวมหลอดลมอักเสบรุนแรง
ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ : อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หรือภาวะหายใจล้มเหลวซึ่งต้องการการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ HPIV ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้



9. โรคติด
เชื้อโบคาไวรัส (Bocavirus) BoV เชื้อก่อโรคทางเดินหายใจในเด็ก

Human bocavirus (HBoV) เป็นหนึ่งในไวรัสหลายชนิดที่ทำให้เกิดโรคหวัด การติดเชื้อทางเดินหายใจ และกระเพาะและลำไส้อักเสบในมนุษย์  HBoV เป็นไวรัส DNA สายเดี่ยวขนาดเล็กในตระกูลไวรัส Parvoviridae ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพค้นพบ HBoV ในปี 2005 ในตัวอย่างการล้างจมูกจากเด็กที่ติดเชื้อทางเดินหายใจของสาเหตุที่ไม่ชัดเจน ประมาณ 3% ของตัวอย่างมีไวรัสชนิดนี้เรียกว่า HBoV1 การค้นพบนี้เกิดขึ้นได้ด้วยเทคนิคใหม่ในห้องปฏิบัติการรวมถึงการทดสอบ PCR (ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส) เพื่อตรวจจับ DNA ของไวรัส

อาการและสัญญาณของการติดเชื้อ bocavirus

เนื่องจากมักพบโบคาไวรัสในบุคคลเท่านั้น (โดยปกติในทารก เด็ก และบ่อยครั้งในผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว) ที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างหรือท้องร่วง อาการ และสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ มีดังนี้

ARTI (เรียกอีกอย่างว่า RTIs การติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน) โดยเฉพาะในทารกและเด็ก

ไอ หายใจดังเสียงฮืด ๆ และหลอดลมฝอยอักเสบ ซึ่งสิ่งนี้จะพัฒนาไปสู่โรคปอดบวม (การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง) หายใจถี่ หายใจลำบาก ไข้ อาการตัวเขียว ริมฝีปากเขียว เนื่องจากขาดออกซิเจน น้ำมูกไหลท้องเสีย ท้องร่วง อาจเกิดจากกระเพาะและลำไส้อักเสบ อาเจียน

ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ BoV ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้




10.โรคติดเชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนียอี
(Mycoplasma pneumoniae) MP

Mycoplasma pneumoniae เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่สามารถส่งผลให้อวัยวะในระบบทางเดินหายใจของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น ลำคอ ปอด และหลอดลม เกิดความเสียหายได้ แต่โดยส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ก็มีบางคนเช่นกันที่อาจมีโอกาสพัฒนาเป็นภาวะปอดบวม (Pneumonia) ได้

เชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma pneumoniae เป็นเชื้อที่แพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านของเหลวของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น การสูดดมละอองน้ำลายของผู้ที่ติดเชื้อขณะที่ผู้ที่ติดเชื้อไอหรือจาม การอยู่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากหรือแออัดจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อชนิดนี้ได้มาก

อาการที่เป็นสัญญาณของการติดเชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนียอี

อาการที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ Mycoplasma pneumoniae มักเกิดขึ้นหลังจากร่างกายได้รับเชื้อไปแล้ว 1–4 สัปดาห์ โดยลักษณะอาการอาจจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคนได้บ้าง แต่อันหลัก ๆ ที่มักพบก็เช่น

อาการไอเรื้อรังที่ค่อย ๆ มีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ติดเชื้อมีอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการที่พบอาจแตกต่างจากที่ได้กล่าวไป โดยลักษณะอาการที่มักพบก็เช่น คัดจมูก หายใจมีเสียงหวีด จาม เจ็บคอ มีน้ำตาไหลมาก อาเจียน  ท้องเสีย กลืนอาหารหรือดื่มน้ำลำบาก


ชุดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ MP ที่แนะนำกับสายพันธ์ุนี้

1. GICA ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ 6in1  ( กล่องสีฟ้า )
ตรวจหาได้ทั้ง โควิด (Covid), ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และ B, RSV, 
ADENO ( อะดีโนไวรัส) และ MP







สนใจสอบถามเพิ่มเติม

Call : 092-553-9741 / 088-982-9897
Line @medicvalu.com

หรือแจ้งแอดมินทาง inbox ได้เลยค่ะ " สนใจ ชุดตรวจ ATK กับ ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ "