
ตารางนี้สร้างขึ้นเพื่ออธิบายชุดตรวจสารเสพติดแต่ละประเภท เช่นชื่อย่อ, ชื่อภาษาอังกฤษ, ชื่อคำอ่านไทย, และใช้เพื่อหาสารเสพติดประเภทใด รวมถึงรูปแบบของสารเสพติดของแต่ละประเภท ดังนี้

1. แอมเฟตามีน (Amphetamine) MET
เป็นยาเสพติดที่มีการใช้อย่างแพร่หลายจัดอยู่ในสารเสพติดที่ออกฤทธิ์ กระตุ้นประสาท ในอดีตเรียกว่า ยาม้า และนิยมใช้ในหมู่ผู้ใช้แรงงาน หรือทำงานเป็นกะโดยรับประทานเป็นเม็ด ในเวลาต่อมามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อเพิ่มการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และลดผลข้างเคียงด้านหัวใจและ หลอดเลือด กลายเป็น methamphetamine (ยาบ้า)
ขอแนะนำ ชุดตรวจยาบ้า/ยาไอซ์/แอมเฟตามีน ( Amphetamine ) MET ดังนี้


2. กัญชา (Cannabis) THC
กัญชา หรือ ต้นกัญชา เป็นพืชที่ให้สารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท[1] ในทางเภสัชวิทยา องค์ประกอบที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหลักของกัญชา คือ เตตระไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ซึ่งเป็นสารประกอบหนึ่งจาก 483 ชนิดที่ทราบว่าพบในต้นกัญชา[2] ซึ่งสารอื่นที่พบมีแคนนาบินอยด์อีกอย่างน้อย 84 ชนิด เช่น แคนนาบิไดออล (CBD) แคนนาบินอล (CBN) เตตระไฮโดรแคนนาบิวาริน (THCV) และ แคนนาบิเจอรอล (CBG)
มนุษย์มักบริโภคกัญชาเพื่อผลที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและสรีรวิทยาของมัน ซึ่งรวมถึงภาวะเคลิ้มสุข ความผ่อนคลาย และความอยากอาหารเพิ่มขึ้น ผลข้างเคียงไม่พึงปรารถนาบางครั้งรวมถึงความจำระยะสั้นลดลง ปากแห้ง ทักษะการเคลื่อนไหวบกพร่อง ตาแดง และรู้สึกหวาดระแวงหรือวิตกกังวล
ขอแนะนำ ชุดตรวจกัญชา (Marijuana) THC ดังนี้
3. เคตามีน (ketamine) KET
หรือที่รู้จักกันในหมู่ผู้ใช้ยาเสพติดว่า ยาเค กระทรวงสาธารณสุขของไทยควบคุมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ในประเภท 2 เคตามีนเป็นยาที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อใช้เป็นยาสลบ หรือนำสลบ โดยใช้ในรูปยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือทางหลอดเลือดดำ ซึ่งออกฤทธิ์เร็ว มีสูตรคล้าย lsd และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเหมือนกับ phencyclidine (pcp) คือมีฤทธิ์ระงับปวด ยานี้จะทำให้เกิดภาวะ dissociative anesthesia ซึ่งมีอาการคล้าย cataleptic state คือ ทำให้สลบ หลับ ไม่เคลื่อนไหว สูญเสียความทรงจำ ไม่เจ็บปวด เคตามีนมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจอาจเพิ่มเล็กน้อย
ขอแนะนำ ชุดตรวจยาเค (Ketamine) KET ดังนี้
4. กระท่อม (Kratom) KRA
หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitragyna speciosa Korth เป็นพืชในวงศ์กาแฟ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ทางภาคใต้เรียก ใบท่อม (thom) ภาคกลางเรียก อีถ่าง มาเลย์เรียก เบี๊ยะ (biak) หรือ เคอตุ่ม (ketum) หรือ เซบัท (sepat) เป็นพืชท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, พม่า และ ปาปัวนิวกินี[4] ที่ซึ่งปรากฏการใช้งานกระท่อมในฐานะยาสมุนไพรมาตั้งแต่อย่างน้อยคริสต์ศตวรรษที่ 19กระท่อมมีคุณสมบัติโอปีออยด์ และมีผลคล้ายสารกระตุ้นบางส่วน
ขอแนะนำ ชุดตรวจกระท่อม (Kratom) KRA ดังนี้
เป็นสารกระตุ้นอย่างเข้มที่มักใช้เป็นยาเพื่อนันทนาการ ทั่วไปเสพโดยการสูด สูบควัน หรือละลายแล้วฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น การเสียการรับรู้ความเป็นจริง รู้สึกสุขยิ่งยิ่ง หรือกระสับกระส่าย อาการทางกาย เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อตก และรูม่านตาขยาย ขนาดสูงอาจทำให้ความดันโลหิตหรืออุณหภูมิกายสูงมากได้ เริ่มออกฤทธิ์ภายในไม่กี่วินาทีหรือนาทีหลังใช้ และอยู่ได้ระหว่าง 5 ถึง 90 นาที มีการยอมรับให้ใช้โคเคนทางการแพทย์ในวงจำกัดให้เป็นยาชาและลดการตกเลือดระหว่างการผ่าตัดจมูก และการผ่าตัดท่อน้ำตา
ขอแนะนำ ชุดตรวจโคเคน (Cocaine) COC ดังนี้
6. มอร์ฟีน (Morphine) MOP
เป็นยาระงับปวดชนิดยาเข้าฝิ่น ออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลางเพื่อลดความรู้สึกปวด ใช้ได้ทั้งกับอาการปวดเฉียบพลันและปวดเรื้อรัง มอร์ฟีนยังมักใช้กับอาการปวดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือดและระหว่างการคลอด สามารถให้ทางปาก โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดใต้ผิวหนัง เข้าหลอดเลือดดำ เข้าช่องว่างระหว่างไขสันหลัง หรือทางทวารหนัก ฤทธิ์สูงสุดอยู่ประมาณ 20 นาทีเมื่อให้เข้าหลอดเลือดดำ และ 60 นาทีเมื่อให้ทางปาก ส่วนระยะออกฤทธิ์อยู่ระหว่าง 3 ถึง 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีสูตรออกฤทธิ์ยาว
ผลข้างเคียงรุนแรงที่อาจเกิดได้มีความพยายามหายใจลดและความดันเลือดต่ำ มอร์ฟีนมีศักยะสูงสำหรับการติดยาและการใช้เป็นสารเสพติด หากลดขนาดหลังการใช้ระยะยาว อาจเกิดอาการถอนได้ ผลข้างเคียงทั่วไปมีซึม อาเจียนและท้องผูก แนะนำให้ระวังเมื่อใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะมอร์ฟีนจะมีผลต่อทารก
ขอแนะนำ ชุดตรวจมอร์ฟีน (Morphine) MOP ดังนี้
หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อยาอี (รูปแบบเม็ด) และมอลลี่ (รูปแบบผลึก) เป็นสารก่อการระคายเคืองที่มีสารกระตุ้น และ คุณสมบัติหลอนประสาทเล็กน้อย ในการศึกษา ได้มีการใช้ร่วมกับจิตบำบัดในการรักษาโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) และความวิตกกังวลทางสังคมใน โรค ออทิสติกสเปกตรัม ผลทางเภสัชวิทยาที่กล่าวอ้างซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้แก่ ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป พลังงานที่เพิ่มขึ้น ความเห็นอกเห็นใจ และความสุข เมื่อรับประทานทางปาก ผลจะเริ่มใน 30 ถึง 45 นาทีและคงอยู่สามถึงหกชั่วโมง ผลข้างเคียงระยะสั้น ได้แก่การกัดฟันการมองเห็นพร่ามัวเหงื่อออกและ หัวใจ เต้นเร็ว และการใช้เป็นเวลานานยังนำไปสู่การติดยาปัญหาความจำความหวาดระแวงและการนอนหลับยาก
ขอแนะนำ ชุดตรวจยาอี (3,4-Methylenedioxymethamphetamine) MDMA ดังนี้
8. เฟนไซคลิดีน (Phencyclidine) PCP
หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า PCP เป็นยาหลอนประสาทที่ทำให้เกิดอาการชาและมึนเมา โดยเดิมถูกพัฒนาเป็นยาชา แต่ปัจจุบันถูกห้ามใช้เนื่องจากผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น อาการหลอนประสาท และมีความเสี่ยงในการเสพติดสูง นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคจิตเภทได้
ผลกระทบของเฟนไซคลิดีน อาการทางกาย อาการชาตามแขนขา, เดินเซ, พูดไม่ชัด, ตาแดง, และการทรงตัวที่ไม่ดี ผลทางจิตใจ ทำให้เกิดอาการชา (analgesia) และการหลับลึก (anesthesia) ในปริมาณที่สูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคจิตเภท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการใช้ยาหลอนประสาท
ขอแนะนำ ชุดตรวจยาหลอนประสาทเฟนไซคลิดีน (Phencyclidine) PCP ดังนี้
9. เบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) BZO
เป็นสารกดประสาทที่ทำให้เกิดอาการสงบและสะกดจิต บรรเทาความวิตกกังวลและอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ และลดอาการชัก เป็นกลุ่มยาที่ทำงานในระบบประสาทส่วนกลาง นำไปใช้รักษาได้หลายอาการ เช่น อาการนอนไม่หลับ ภาวะลมชัก หรือคลายความวิตกกังวล ซึ่งอาจพบได้ในผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ ยา Benzodiazepines มักถูกนำมาใช้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ตามความจำเป็นในการบรรเทาอาการ เพราะเป็นยาที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเสพติดและการดื้อยาสูง
ขอแนะนำ ชุดตรวจสารกดประสาทเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) BZO ดังนี้
10.โคตินีน (Cotinine) COT
เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นจากการเปลี่ยนนิโคตินในยาสูบ เป็นสารบ่งชี้ทางชีวภาพที่ดีที่สุดในการตรวจสอบการสัมผัสนิโคติน เพราะคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่านิโคติน. โคตินีนถูกนำมาใช้ในการประเมินการสูบบุหรี่หรือการได้รับควันบุหรี่มือสอง และยังมีการศึกษาโคตินีนเพื่อใช้ในการรักษาภาวะซึมเศร้า โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) และโรคอื่นๆ
ขอแนะนำ ชุดตรวจโคตินีน/นิโคติน (Cotinine) COT ดังนี้
11. ทราโซโดน (Trazodone) TRA
เป็นยาที่ใช้รักษาอาการซึมเศร้า ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการทำงานของสารเซราโทนิน (Seratonin) เป็นสารที่ใช้สื่อสารระหว่างเซลล์ในระบบประสาท หากร่างกายผลิตออกมาน้อยเกินไปจะทำให้มีอาการซึมเศร้า การใช้ยาในกลุ่มต้านเศร้าอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เช่น ความคิดหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงควรปรึกษาแพทย์และใช้ยาอย่างระมัดระวัง
ขอแนะนำ ชุดตรวจยารักษาอาการซึมเศร้า/ทราโซโดน (Trazodone) TRA ดังนี้
12. ไตรไซคลิก แอนตี้ดีเพรสแซนต์ (Tricyclic antidepressant) TCA
เป็นยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก ออกฤทธิ์ช่วยเพิ่มระดับสารเซโรโทนินและสารนอร์อิพิเนฟรินในสมอง อาจนำไปใช้ลดอาการที่เกิดจากโรคซึมเศร้าที่ยาต้านเศร้ากลุ่มอื่นรักษาไม่ได้ นำไปใช้กับผู้ที่ดื้อยาต้านเศร้าชนิดอื่น ๆ หรืออาจใช้ป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน และรักษาอาการหรือโรคอื่น ๆ เช่น อาการปัสสาวะรดที่นอน อาการย้ำคิดย้ำทำ อาการปวดเรื้อรังที่เกิดจากเส้นประสาท ภาวะแพนิคกำเริบ อาการเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ โรควิตกกังวล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงค่อนข้างมาก จึงไม่ค่อยถูกนำไปใช้รักษาอาการซึมเศร้าในขั้นแรก ๆ
ขอแนะนำ ชุดตรวจยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก/ไตรไซคลิก แอนตี้ดีเพรสแซนต์ (Tricyclic antidepressant) TCA ดังนี้
13. ยาบาร์บิทูเรต (Barbiturates) BAR
เป็นกลุ่มยาที่ใช้ระงับประสาท มีกลไกออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกผ่อนคลายหรือง่วงซึม เคยใช้เป็นยาสลบก่อนการผ่าตัด ใช้รักษาโรคลมชัก โรคไมเกรน และโรคนอนไม่หลับ แต่ปัจจุบันมีการใช้น้อยลง เนื่องจากเป็นยาที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้ในทางที่ผิดและได้เปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า เช่น กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ยากลุ่ม Barbiturates เป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น ยาอโมบาร์บิทัล (Amobarbital) ยาเพนโทบาร์บิทัล (Pentobarbital) ยาฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) และยาซีโคบาร์บิทัล (Secobarbital)
ขอแนะนำ ชุดตรวจยาระงับประสาท/ยาบาร์บิทูเรต (Barbiturates) BAR ดังนี้
14.ไลเซอร์จิกแอซิดไดเอทิลอะไมด์ (Lysergic Acid Diethylamide) LSD
เป็นยาเสพติดประเภทไซคีเดลิก ซึ่งหมายความว่ามันสามารถส่งผลต่อประสาทสัมผัสทั้งหมด เปลี่ยนแปลงความคิด ความรู้สึกเกี่ยวกับเวลา และอารมณ์ของบุคคลยาเสพติดไซคีเดลิกสามารถทำให้บุคคลเกิดอาการประสาทหลอน เห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือสิ่งที่ผิดเพี้ยนได้
LSD เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ทำมาจากสารที่พบในเออร์กอต ซึ่งเป็นเชื้อราที่ติดเชื้อในข้าวไรย์ บางครั้ง สิ่งที่ขายเป็น LSD จริงๆ แล้วอาจเป็นสารเคมีชนิดอื่น เช่นNBOMe หรือยาในกลุ่ม 2C (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่) ยาเหล่านี้อาจเป็นอันตรายได้เนื่องจากคุณภาพไม่คงที่ และการใช้มากเกินไปอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตหลายราย
ขอแนะนำ ชุดตรวจไลเซอร์จิกแอซิดไดเอทิลอะไมด์ (กระดาษเมา) (Lysergic Acid Diethylamide) LSD ดังนี้
สนใจสอบถามเพิ่มเติม
Call : 092-553-9741 / 088-982-9897
Line @medicvalu.com
สั่งทาง Line คลิกลิงค์นี้ได้เลยค่ะ
https://line.me/ti/p/~@medicvalu.com
หรือแจ้งแอดมินทาง inbox ได้เลยค่ะ " สนใจ ชุดตรวจสารเสพติด "



